พิเศษ! เพียงใช้โค้ด freehosting1y รับฟรีโฮสติ้ง 1 ปี เฉพาะออเดอร์ที่มียอดซื้อตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไปที่มีโฮสติ้ง

Zoho CRM blueprint walking ควรจะ open deal แล้วปิด lost หรือ

  • 0:30 min

  • 0 comments

พิธีกร:

Zoho CRM blueprint walking ควรจะ open deal แล้วปิด lost หรือ open lead แล้วปิด lost ถ้ามาแล้วไม่ซื้อ


แขกรับเชิญ:

ตามแนวทาง Project Rules ของระบบ CRM นี้ การเลือกว่าจะใช้ Deal หรือ Lead ขึ้นอยู่กับ “สถานะ” ของลูกค้าในขณะนั้น แต่สำหรับกรณีที่ “มาที่สาขาแล้ว (Show Up) แต่ไม่ซื้อ” ตามมาตรฐาน Blueprint ที่เราวางไว้ มีคำแนะนำดังนี้ครับ:

1. ใช้ “Deal” เป็นหลักสำหรับกระบวนการขาย

ในระบบ CRM สมัยใหม่ เราควรเปลี่ยนจาก Lead เป็น Deal (หรือ Potential) ทันทีที่ลูกค้าเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่ชัดเจน (เช่น นัดหมายเข้าชม/มา Walk-in) เพื่อให้การติดตามผล (Pipeline Tracking) แม่นยำที่สุด

  • คำแนะนำ: หากลูกค้ามาที่สาขาแล้ว (Show Up) คุณควรทำงานบน Deal ครับ เพราะคุณมีข้อมูลการติดต่อและข้อมูลการขายที่ชัดเจนแล้ว

2. สถานะเมื่อ “มาแล้วไม่ซื้อ” (Close Lost)

ตามกฎของโครงการที่คุณตั้งไว้ เมื่อลูกค้ามาแล้วไม่ซื้อ (Show Up -> Close Lost) คุณต้องปฏิบัติตาม Blueprint Rules ดังนี้:

  • Transition to “Close Lost”:
    • Validation Rule: ระบบต้องบังคับให้กรอกฟิลด์ Reason Lost (dropdown) เสมอ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อว่าทำไมถึงไม่ซื้อ (เช่น ราคาแพง, ไม่ชอบสถานที่, โปรไม่โดน)
    • Terminal State: เมื่อเปลี่ยนเป็น Close Lost ระบบจะถือเป็นจุดสิ้นสุดของ Deal นั้นๆ (ไม่ต้องยุ่งกับ Deal นี้อีก)

3. การจัดการต่อหลัง “Close Lost” (Workflow Automation)

เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการขาย คุณควรใช้ระบบ Automation Rules ตามที่กำหนดไว้ในโปรเจกต์:

  • Nurturing (Purple Node – Time-based Workflow):
    • เมื่อ Deal ถูกปิดเป็น Close Lost ระบบควรจะทำการ “Recycle” หรือเปลี่ยนสถานะให้เข้าสู่ช่วง Nurture
    • หากผ่านไป 30 วันตามกฎระบบ (Re-engagement) ระบบจะแจ้งเตือนให้ทีมขายกลับไปติดต่อลูกค้าคนนี้อีกครั้ง (อาจเสนอโปรโมชันใหม่หรือขอ Feedback เพิ่มเติม)

สรุปคำแนะนำในการตั้งค่า:

  1. ถ้าลูกค้ายังไม่เคยมี Deal: ให้สร้าง Deal ขึ้นมาในขั้นตอน Show Up เมื่อลูกค้ามาถึงร้าน
  2. ถ้าลูกค้าไม่ซื้อ: ให้กด Transition ไปที่ Close Lost และบังคับใส่ Reason Lost
  3. ถ้าต้องการรักษาลูกค้า: ใช้ระบบ Workflow Rule หรือ Time-based Action ให้สถานะของ Lead/Contact เปลี่ยนเป็น Nurture โดยอัตโนมัติหลังจากผ่านไป 30 วัน เพื่อให้ทีมงานไม่ลืมลูกค้าเก่า

ทำไมถึงไม่ควรลบ Lead หรือปิด Lead ทิ้งเลย?
เพราะข้อมูลการเข้ามา (Visit) ของลูกค้ามีต้นทุน (Cost per Acquisition) การเก็บสถานะ Close Lost ไว้ในระบบจะช่วยให้คุณทำ Reporting ได้ว่า ใน 1 เดือน มีคนมาแล้วกี่คน ปิดการขายได้เท่าไหร่ และมีกี่คนที่หลุดไป (Lost) เพื่อนำไปปรับปรุงโปรโมชันครับ

Outsource.Men รับพัฒนาเว็บไซต์ Shopify, Wordpress, Wix, ดูแลระบบ ERP, SaaS, Cloud, เขียนโปรแกรม Tradingview, Liquid, Google และดูแลระบบธุรกิจออนไลน์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญอิสระ

รับคำปรึกษาฟรี >>คลิกที่นี่<<

แชร์โพสต์นี้:

แท็ก

04

Sep

การสลับภาษาด้วย “~” Linux Mint 18.2 64 bit

Written by maliwan.s         สำหรับใครที่ในช่วงนี้เบื่อๆเซ็งๆระบบปฎิบัติการ Windows อยากลองอะไรใหม่ๆให้กับชีวิตบ้าง ใจก็อยากไป macOS แหละ ครั้นจะเอามาลงที่เครื่องเรา มันได้เหรอ(คิดในใจเบาๆ) ว่าแล้วก็หันไปซบอก OpenSource อย่าง linux ดีกว่า linux ก็จะประสบปัญหาการเปลี่ยนภาษาเหมือนตอนที่เราลง Windows ใหม่ๆ ต้องกด…

27

Jul

ไม่ง้ออินเตอร์เน็ต! ใช้ Ubuntu Linux Mint แบบ Offline ยังไงดี

ถ้าคุณต้องการดาวน์โหลดแพ็กเกจไว้ติดตั้งเองแบบ Offline (ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต) ขนาดพื้นที่ที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับ วิธี ที่คุณเลือกใช้งานครับ โดยแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลักๆ ดังนี้: 1. โหลดเฉพาะแพ็กเกจที่ระบุและ dependencies (แนะนำที่สุด) วิธีนี้คือการเลือกดาวน์โหลดเฉพาะโปรแกรมที่คุณต้องการจริงๆ ควบคู่กับไฟล์เสริมที่จำเป็น (Dependencies) ไปติดตั้ง โดยไม่ต้องโหลดมาทั้งคลังระบบ 2. ทำคลังเฉพาะส่วน (Partial Mirror / Local…

19

Jul

เตรียมตัวให้พร้อม! Google อัปเดตเงื่อนไขใหม่ Android Backup เริ่มนับรวมพื้นที่เก็บข้อมูลแล้ว

Google ประกาศเปลี่ยนนโยบาย Android Backup ใหม่! ข้อมูลเครื่องเริ่มนับรวมในพื้นที่ Google Account แล้ว เช็กผลกระทบและวิธีตั้งค่าปิด-เปิดสำรองข้อมูลแอปที่นี่ก่อนเริ่มจริงใน 45 วัน