พิธีกร:
Zoho CRM blueprint walking ควรจะ open deal แล้วปิด lost หรือ open lead แล้วปิด lost ถ้ามาแล้วไม่ซื้อ
แขกรับเชิญ:
ตามแนวทาง Project Rules ของระบบ CRM นี้ การเลือกว่าจะใช้ Deal หรือ Lead ขึ้นอยู่กับ “สถานะ” ของลูกค้าในขณะนั้น แต่สำหรับกรณีที่ “มาที่สาขาแล้ว (Show Up) แต่ไม่ซื้อ” ตามมาตรฐาน Blueprint ที่เราวางไว้ มีคำแนะนำดังนี้ครับ:
1. ใช้ “Deal” เป็นหลักสำหรับกระบวนการขาย
ในระบบ CRM สมัยใหม่ เราควรเปลี่ยนจาก Lead เป็น Deal (หรือ Potential) ทันทีที่ลูกค้าเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่ชัดเจน (เช่น นัดหมายเข้าชม/มา Walk-in) เพื่อให้การติดตามผล (Pipeline Tracking) แม่นยำที่สุด
- คำแนะนำ: หากลูกค้ามาที่สาขาแล้ว (Show Up) คุณควรทำงานบน Deal ครับ เพราะคุณมีข้อมูลการติดต่อและข้อมูลการขายที่ชัดเจนแล้ว
2. สถานะเมื่อ “มาแล้วไม่ซื้อ” (Close Lost)
ตามกฎของโครงการที่คุณตั้งไว้ เมื่อลูกค้ามาแล้วไม่ซื้อ (Show Up -> Close Lost) คุณต้องปฏิบัติตาม Blueprint Rules ดังนี้:
- Transition to “Close Lost”:
- Validation Rule: ระบบต้องบังคับให้กรอกฟิลด์
Reason Lost(dropdown) เสมอ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อว่าทำไมถึงไม่ซื้อ (เช่น ราคาแพง, ไม่ชอบสถานที่, โปรไม่โดน) - Terminal State: เมื่อเปลี่ยนเป็น Close Lost ระบบจะถือเป็นจุดสิ้นสุดของ Deal นั้นๆ (ไม่ต้องยุ่งกับ Deal นี้อีก)
- Validation Rule: ระบบต้องบังคับให้กรอกฟิลด์
3. การจัดการต่อหลัง “Close Lost” (Workflow Automation)
เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการขาย คุณควรใช้ระบบ Automation Rules ตามที่กำหนดไว้ในโปรเจกต์:
- Nurturing (Purple Node – Time-based Workflow):
- เมื่อ Deal ถูกปิดเป็น
Close Lostระบบควรจะทำการ “Recycle” หรือเปลี่ยนสถานะให้เข้าสู่ช่วง Nurture - หากผ่านไป 30 วันตามกฎระบบ (Re-engagement) ระบบจะแจ้งเตือนให้ทีมขายกลับไปติดต่อลูกค้าคนนี้อีกครั้ง (อาจเสนอโปรโมชันใหม่หรือขอ Feedback เพิ่มเติม)
- เมื่อ Deal ถูกปิดเป็น
สรุปคำแนะนำในการตั้งค่า:
- ถ้าลูกค้ายังไม่เคยมี Deal: ให้สร้าง Deal ขึ้นมาในขั้นตอน
Show Upเมื่อลูกค้ามาถึงร้าน - ถ้าลูกค้าไม่ซื้อ: ให้กด Transition ไปที่
Close Lostและบังคับใส่Reason Lost - ถ้าต้องการรักษาลูกค้า: ใช้ระบบ Workflow Rule หรือ Time-based Action ให้สถานะของ Lead/Contact เปลี่ยนเป็น
Nurtureโดยอัตโนมัติหลังจากผ่านไป 30 วัน เพื่อให้ทีมงานไม่ลืมลูกค้าเก่า
ทำไมถึงไม่ควรลบ Lead หรือปิด Lead ทิ้งเลย?
เพราะข้อมูลการเข้ามา (Visit) ของลูกค้ามีต้นทุน (Cost per Acquisition) การเก็บสถานะ Close Lost ไว้ในระบบจะช่วยให้คุณทำ Reporting ได้ว่า ใน 1 เดือน มีคนมาแล้วกี่คน ปิดการขายได้เท่าไหร่ และมีกี่คนที่หลุดไป (Lost) เพื่อนำไปปรับปรุงโปรโมชันครับ
